dot dot
บทความที่น่าสนใจ

      

     งานวิจัย มศว. ระบุเด็กไทยเรียนอังกฤษเพื่อสอบ พูดอ่อนแอมาก

 

       

                     

แนะ ศธ.- สทศ.  เปลี่ยนข้อสอบภาษาอังกฤษ จะทำให้เด็ก – ครู –โรงเรียนเปลี่ยน

ระบุ  "ครูเรียนปรับวุฒิ ไม่ได้มุ่งพัฒนาเด็ก 

อยากเห็นรัฐบาลฟื้นโครงการทุนครู 5 ปี เน้นเด็กดี–เก่ง  เรียนครู"

 

ดร.อรพรรณ วีระวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า จากงานวิจัยที่ได้ศึกษาเรื่องการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยเพราะเหตุ ใดไม่ได้ผลนั้น และเด็กไทยก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แม้ว่าจะเรียนในหลักสูตรที่กระทรวง ศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนดให้ได้เรียนกันตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาตอนต้น – ประถมศึกษาตอนปลาย (ป.1 – ป.6 ) และมัธยมศึกษาตอนตั้ง- มัธยมศึกษาตอนปลาย ( ม.1-ม.6) รวมเวลาที่เรียนภาษาอังกฤษทั้งสิ้น 12 ปีเต็มๆ แต่เด็กไทยก็ยังใช้ภาษาอังกฤษในการพูดไม่ได้ อย่าว่าแต่เด็กเลยอาจารย์ในมหาวิทยาลัยระดับด๊อกเตอร์บางคนก็ยังไม่สามารถ ใช้ภาษาอังกฤษสนทนาในชีวิตประจำวันได้

 

เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมาจาก Socio Linguistics ภาษาศาสตร์ทางด้านสังคมไทย มีปัจจัยที่ทำให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แม้จะเรียนมาเป็นเวลาถึงสิบกว่าปีก็ตาม สืบเนื่องจากการที่เด็กต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ เด็กละเลยที่จะเรียนพูด ครูไม่เน้นไม่ให้ความสำคัญเพราะในข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่มีการสอบพูด ครูไทยเน้นการสอบไวยาการณ์ (grammar) และการการเนื้อเรื่อง (Reading) เพื่อให้เด็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ แรงขับดันจากพ่อแม่ผู้ปกครองที่ลูกต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเพื่อพ่อ แม่จะได้ภูมิใจ โรงเรียนเองก็ต้องการสถิติจำนวนเด็กที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ใน จำนวนที่มากและแต่ละปีก็ต้องเพิ่มขึ้นๆ

 

“การเรียนภาษาอังกฤษเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะแตกต่างจากการเรียนเพื่อนำมา ใช้พูดในชีวิตประจำวันอย่างมาก เพราะการเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นการเรียนแบบท่องจำ ท่องศัพท์ เก็งข้อสอบ เพื่อจะได้ทำข้อสอบให้ได้มากที่สุด

 

 

เด็กไทยเป็นจำนวนมากที่ทำข้อสอบภาษาอังกฤษได้ดีแต่เมื่อเจอชาวต่างชาติพูดไม่ได้ หากเด็กไทยไม่ต้องมุ่งทำข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อการสอบ แต่เรียนเพื่อการพูดและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น อยากพูดอะไรให้พูด ครูต้องเน้นการสอนพูดมากกว่าไวยากรณ์และคำศัพท์ ตลอดถึงแนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ใส่ใจเรื่องนี้ให้มาก สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)ก็ต้องสอบวิธีการฟังเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของข้อสอบไวยากรณ์หรือคำศัพท์ เปิดเทปให้เด็กฟัง เด็กและทางโรงเรียนตลอดถึงครูจะสนใจการสอนที่เน้นการพูดมากขึ้น

 

เมื่อแนวการออกข้อสอบภาษาอังกฤษเปลี่ยนไป กระบวนการเรียนรู้ทางภาษานั่นคือ ฟัง พูด อ่านและเขียนจะเกิดขึ้นทั้งกระบวนการ แต่กระบวนทัศน์การออกข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยน เด็กจะสนใจกระตือรือร้น มีการพัฒนาทางการใช้ภาษามากขึ้น ครูและทางโรงเรียนก็จะเปลี่ยนวิธีการสอน อย่าลืมว่าการใช้ภาษาอังกฤษต้องใช้ให้เกิดความคุ้นชิน ใช้บ่อยๆ จึงจะเกิดการพัฒนาเพราะภาษาคือการเลียนแบบเพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญ

 

 

 

ดร.อรพรรณ กล่าวอีกว่า งานวิจัยที่ศึกษานั้น ให้ความสนใจเกี่ยวกับครูไทยที่มาเรียนภาษาอังกฤษในระดับปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เพื่อเน้นให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เมื่อกลับไปที่โรงเรียนก็สอนแบบเดิมเพราะปัจจัยทางสังคม การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ค่านิยมมันยังไม่เปลี่ยน ครูไทยก็เลยต้องเน้นการสอนแบบเดิม แต่ในงานวิจัยพบว่า ก็มีครูจำนวนน้อยมากที่เปลี่ยนได้

 

 

ประมาณร้อยละ 20  ซึ่งคนที่เปลี่ยนได้เขาจะมาด้วยแนวคิดที่ว่า ทำไมการสอนภาษาอังกฤษของตัวเองจึงสอนไม่ดี เพราะเด็กยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เมื่อเขามีแนวคิดเช่นนั้นทำให้เกิดแรงขับและรับทุกอย่างที่ได้เรียนไปจากมศว ทำให้เขากลับไปใช้กับนักเรียน เด็กพัฒนาในโรงเรียนพัฒนาขึ้นพูดภาษาอังกฤษได้ ส่วนครูไทยที่มาเรียนภาษาอังกฤษเพื่อกลับไปสอนร้อยละ 80 เรียนเพื่อการปรับวุฒิทางการศึกษา เพื่อให้คุณวุฒิสูงขึ้น เมื่อมีการปรับวุฒิแล้วก็จะย้ายไปโรงเรียนอื่น

 

 

การเรียนสอนพูดภาษาอังกฤษต้องจัดห้องเรียนไม่ให้ใหญ่มากนัก ห้องละไม่ควรเกิน 15 คน การสอนเพื่อให้เด็กพูดได้นั้นต้องเน้นที่การพูด ไม่ใช่การทำข้อสอบและควรจะเป็นครูที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และควรจะจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เด็กๆ ได้ใช้ภาษา หรือการให้เด็กๆ มีโอกาสไปเรียนซัมเมอร์หรือเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในต่างประเทศก็จะทำให้ เด็กใช้ภาษาได้ดีขึ้น

 

 

 

การเรียนภาษาเพื่อใช้ในการสนทนาไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง แต่ต้องเป็นคนที่กล้าที่จะพูด ภาษาเป็นเรื่องของการฝึกฝนใช้ความชำนาญใช้การฝึกฝน อาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษต้องไม่พูดภาษาไทย แต่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แม้ในช่วงแรก ๆเด้กจะไม่เข้าใจ รู้สึกอัดอัดก็ให้ทน ให้ฝืนอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ สักประมาณ 1 - 2 เดือนเด็กจะเริ่มเข้าใจ แต่ต้องพูดซ้ำ ให้ตัวอย่าง สาธิต ยกตัวอย่างให้มาก ถ้ายังไม่เข้าใจก็ให้ดูจากภาพ ผู้สอนภาษาอังกฤษเพื่อการพูดต้องมีตัวอย่างให้มากพอ ใช้คำศัพท์ให้ง่าย เด็กจะเริ่มเข้าใจ ธรรมชาติของเด็กไทยจะขาดความมั่นใจที่จะพูด ดังนั้นครูต้องรู้ว่าในชั้นเรียนเด็กแต่ละคนมีทักษะทางการพูดต่างกัน ก็ต้องให้งานที่ยากง่ายไม่เหมือนกัน ครูภาษาอังกฤษต้องให้โอกาสเด็กทุกคน ทั้งเด็กเก่งและเด็กอ่อน

ดร.อรพรรณ กล่าวอีกว่าศธ.รับครูไม่ตรงวุฒิทางการศึกษาประจำการในโรงเรียนต่างๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นครูก็สอนภาษาอังกฤษแบบผิดๆ จะเห็นว่าโรงเรียนในต่างจังหวัดและเป็นโรงเรียนเล็ก เด็กจะมีปัญหาภาษาอังกฤษมาก เด็กกลัวภาษาอังกฤษ ใช้ครูวิชาอื่นมาสอนภาษาอังกฤษ อยากเห็นรัฐบาลลุงทุนผลิตครูภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นและต้องปรับในเรื่องเงินเดือนด้วย เพราะบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาด้านภาษาอังกฤษไม่อยากเป็นครูเพราะเงินเดือน น้อย จึงเข้าสู่เส้นทางอาชีพอื่นๆ ส่วนหลักสูตรครู 5 ปี หรือการศึกษาบัณฑิต 5 ปี รัฐบาลก็ไม่จริงจัง ทำให้เราขาดครูในวิชาเอกต่างๆมากมาย เพราะรัฐบาลไม่เอาจริง ไม่สนับสนุนคนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นครู ในรัฐบาลชุดนายกทักษิณ ที่ให้คนดีคนเก่งมาเป็นครูและให้ทุนการศึกษา เรียน 5 ปี มีทุนการศึกษาให้ทำได้อยู่ประมาณปีกว่าก็ล้มเลิก นี่คือความไม่จริงจังแล้วเราจะผลิตครูเก่งๆ ในวิชาเอกต่างๆ ได้อย่างไร อยากให้รัฐบาลฟื้นทุนครู 5 ปีในวิชาเอกต่างๆ กลับมาอีกครั้ง เราจะได้ครูในวิชาเอกต่างๆ ซึ่งก็หมายถึงครูภาษาอังกฤษเก่งๆ ด้วย

       

ที่มา : SWU Weekly ประจำวันที่ 20 ธันวาคม 2554

 

 

 

ฝึกพูดภาษาอังกฤษในวัยทำงาน ไม่ยากเลย ลองสิ !!  (ตอน 1)

 

บทความนี้สำหรับคนทำงานที่เรียนภาษาอังกฤษมาเยอะ แปลออก เข้าใจภาษาอังกฤษ แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักที จึงถอดใจแล้ว และคิดว่ายังไงก็ไม่สามารถพูดอังกฤษได้ในชาตินี้ ทั้งๆที่เรียนภาษาอังกฤษมาแล้ว 10 กว่าปี เราขอเชิญคุณมาทางนี้ค่ะ

การฝึกพูดภาษาอังกฤษในวัยทำงานจะไม่ใช่เรื่องยากเลย  ถ้าเรารู้วิธีการเรียนที่ถูกต้อง ดังนั้นเลิกถอดใจและทำตามวิธีการของเรา ทำด้วยวิธีธรรมชาติที่คุณจะไม่เครียดและสนุกกับมัน เพียงไม่เกิน 3 เดือน คุณจะพบว่า  เอ๊ะเราพูดภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่เมื่อไหร่  มันจะค่อยเป็นค่อยไป เพียงแต่ต้องทำตามวิธีการของเราอย่างเคร่งครัด ขอย้ำว่า “อย่างเคร่งครัด อย่าข้ามขั้นตอน” เพราะเป็นวิธีการที่เราได้พิสูจน์มาแล้ว และสร้างคนที่พูดไม่ได้จนพูดได้มาแล้วจำนวนมากมาย

วิธีการมีดังนี้ค่ะ

1. ให้ลองคิดว่าเรามีประโยคภาษาไทยที่ใช้ในแต่ละวันอะไรบ้าง

2. ลองไปหาบทสนทนาภาษาอังกฤษ พร้องเสียงพูดภาษาอังกฤษ  ที่ใกล้เคียงกับประโยคภาษาไทยที่เราต้องใช้ในข้อ 1 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่มากมายตามสื่อต่างๆในอินเตอร์เน็ท

3. บทสนทนานั้นไม่ควรยาวเกินไป (6-8 ประโยคพอ  ถ้ามากกว่านั้นให้ตัดออก)
 

4. ฟังประโยคเหล่านั้นหลายๆรอบ โดยไม่ต้องคิดถึงคำแปล ฟังมากเท่าที่เรารู้สึกยังมีความสุขอยู่ เบื่อเมื่อไหร่ให้หยุดทันที อย่าฝืนค่ะ

5. เมื่อเรารู้สึกว่าเราคุ้นเคยแล้ว (ปกติใช้เวลาเพียง 1-2 วันก็จะคุ้นเคยกับโทนเสียงของประโยคภาษาอังกฤษนั้นแล้วค่ะ)  ก็เลียนเสียงและพูดออกมาให้เหมือนที่สุดโดยมีสคริป   

การออกเสียงภาษาอังกฤษนั้น ต้องออกเสียงให้เหมือนทั้งเสียงสูงเสียงต่ำ เสียงท้ายคำของแต่ละคำ  ขอย้ำว่าเลียนเสียงให้เหมือนที่สุด การพูดแต่ละครั้งให้พูดทีละประโยค ซ้ำๆจนกว่าจะคล่อง จนกว่าจะติดปาก

ในขั้นตอนนี้ไม่อยากให้ใจร้อนค่ะ เราเพียงต้องการให้คุณพูดได้เหมือน, ชัดเจนและคล่องติดปาก  ไม่ได้ต้องการให้คุณพูดได้เยอะ แต่ไม่คล่อง ไม่ติดปาก เพราะวิธีการเหล่านั้นคือวิธีการเดิมที่เราเรียนมาตลอด  นั่นคือเรียนภาษาอังกฤษมาเยอะแต่ไม่คล่อง จำประโยคพูดไม่ได้ ไม่แม่น จะไม่ช่วยคุณเลยในเวลาที่คุณต้องใช้ภาษาอังกฤษอย่างทันทีทันใดอย่างอัตโนมัติ  แล้วคุณก็จะกลับไปอยู่กับสภาพเดิมคือรู้สึกว่าพูดไม่ได้อยู่ดี

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงให้คุณฝึกพูดภาษาอังกฤษเพียงครั้งละไม่กี่ประโยค แต่ต้องพูดได้อย่างแม่นยำ, มั่นใจและมีความสุข

6. ขั้นตอนต่อไปคือ ลองพูดแบบไม่มีสคริป ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส เปิดดูสคริปได้ค่ะ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าคุณจะพูดได้โดยไม่มีสคริป  แล้วคุณจะพบว่าภายใน 3 วัน คุณจะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำและสำเนียงดี ประมาณ 8 ประโยค

7. ถ้าทุกๆ 3 วันพูดอังกฤษได้ 8 ประโยค ใน 1 เดือน 30 วัน คุณก็น่าจะพูดได้ประมาณ 80 ประโยค ไม่เลวเลยใช่มั๊ยคะ    แต่.......  จะไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ เพราะอาจจะมีบางวันที่ขี้เกียจ เบื่อ หรืองานยุ่งมากๆจนไม่มีเวลาฝึก แต่ก็มีหลายคนค่ะ ที่ตื่นเต้นมากๆกับพัฒนาการของตนเองแบบนี้จึงฝึกมากขึ้นและได้ผลลัพธ์ที่มากกว่านี้  ดังนั้น ในขั้นตอนนี้ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะ ว่าจะทะลุจากอุปสรรคนี้ไปได้มั๊ย  

8. ขั้นตอนต่อไปคือขั้นตอนฝังลงไปในความจำระยะยาวค่ะ คือสมองเรามีความจำระยะสั้นกับความจำระยะยาว เราต้องทำให้ความจำระยะสั้นกลายเป็นความจำระยะยาวด้วยการทบทวนสม่ำเสมอค่ะ เราขอแนะนำให้คุณทำให้เป็นระบบ แล้วคุณจะเก็บได้หมดทุกประโยคที่คุณฝึกพูดมาแล้วค่ะ 

การทบทวนที่เป็นระบบควรกำหนดให้ชัดเจน เช่น ทุกๆ 3 บทสนทนา ทบทวน 1 ครั้ง เป็นต้น ความจำระยะยาวจะอยู่กับเราเมื่อเราทำซ้ำๆเป็นระยะเวลาเกินกว่า  21 วันไปแล้วค่ะ ดังนั้น การทบทวนจึงสำคัญไม่แพ้การฝึกพูดในครั้งแรกค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ วิธีการฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบนี้  ได้ผลแน่นอนถ้าคุณเพียงแค่ “ลงมือทำ” ค่ะ และอย่าใจร้อน  “พูดได้ไม่มากแต่แม่นยำสำคัญที่สุด” เพราะพูดได้ไม่มาก แต่ทำบ่อยๆ เพียงแค่ 3 เดือน ก็จะพูดได้มากขึ้นและจะมากถึงประมาณ  240 ประโยคสต๊อค  เยี่ยมเลยใช่มั๊ยคะ  แล้ววันนั้นคุณก็หลุดจากกับดักของ “การพูดภาษาอังกฤษไม่ได้” แล้ว เย้ๆๆๆๆ

อย่าลืม “ลงมือทำนะคะ” และติดตามเทคนิคตอนต่อไปค่ะ
 

(บทความนี้ผลิตโดย Kingzton English ซึ่งสงวนลิขสิทธิ์  หากคุณเผยแพร่ต่อเพื่อเป็นวิทยาทาน กรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ/วันที่ 9-5-2560)

 

 

ทดลองเรียนฟรี! พูดภาษาอังกฤษ ด้วยวิธีการที่จะทำให้พูดได้จริงๆ !!!    คลิกที่นี่

 







dot
กรอก e-mail เพื่อรับข่าวสาร

dot
โปรโมชั่น พิเศษ เรียน ภาษาอังกฤษ
ทดลองเรียนภาษาอังกฤษฟรี
วันเปิดเรียน ภาษาอังกฤษ และราคาหลักสูตร
หลักสูตร ภาษาอังกฤษ ที่เปิดสอน
แบ่งชำระ 0 % 3-10 เดือน
ตาราง เรียนทบทวน ภาษาอังกฤษ ฟรี
วันหยุดประจำปี ของโรงเรียน Kingzton English
เรียนสำนวน ภาษา อังกฤษ ฟรี
บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
เทคนิค การเรียนภาษาอังกฤษให้เก่ง
การออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง



Hi5 Clocks by zalim-code.com


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

@ Kingzton ENGLISH INSTITUTE
ที่อยู่ 17/716 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 02 942 1068 , 02 942 1086 แฟกซ์ : 02 942 1086
อีเมล์ : kingzton1@hotmail.com